‘Thai News Pix’ เอเจนซี่ภาพข่าวสัญชาติไทย ผู้แอ่นอกรับผิดชอบต่อความจริงในภาพ

‘Thai News Pix’ เอเจนซี่ภาพข่าวสัญชาติไทย ผู้แอ่นอกรับผิดชอบต่อความจริงในภาพ

28 พ.ค. 2569

SHARE WITH:

28 พ.ค. 2569

28 พ.ค. 2569

SHARE WITH:

SHARE WITH:

‘Thai News Pix’ เอเจนซี่ภาพข่าวสัญชาติไทย ผู้แอ่นอกรับผิดชอบต่อความจริงในภาพ

พูดคุยเจาะลึกการทำเอเจนซี่ภาพข่าวสัญชาติไทยกับ Thai News Pix พร้อมไขคำตอบว่า ทำไมสื่อถึงยังต้องพึ่งพาภาพถ่ายระดับมืออาชีพ?


ท่ามกลางเสียงตะโกน หอบหายใจ ร่างกายที่เบียดเสียด กลิ่นเหงื่อไคล และความโกลาหลในสนามข่าว ‘ช่างภาพข่าว’ คือแนวหน้าผู้เฝ้าสังเกตการณ์และรายงานเหตุการณ์สำคัญผ่านภาพถ่าย ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเลือนหายไปตามกาลเวลา กระทั่งในยุคปัจจุบันที่ข่าวสารถูกจัดระเบียบใหม่ด้วยอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย


เราชวนมาพูดคุยกับ ‘ปาล์ม-ภานุมาศ สงวนวงษ์’ ผู้ก่อตั้ง Thai News Pix ช่างภาพข่าวมืออาชีพผู้เต็มเปี่ยมด้วยแพสชันในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการสื่อสารมวลชน บทสนทนานี้จะพาทุกคนย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่เป็นพนักงานประจำ จนวันที่ฝันอยากสร้าง ‘เอเจนซี่ภาพข่าวสัญชาติไทย’ เพื่อยกระดับมาตรฐานภาพข่าว ให้เชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลก และเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อสังคม


llli เริ่มต้นอาชีพ ‘ช่างภาพข่าว’ ในยุคสื่อสิ่งพิมพ์เฟื่องฟู

“ผมเป็นนักศึกษานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มเข้าสู่สายอาชีพช่างภาพด้วยความชอบส่วนตัว หาความรู้จากประสบการณ์ฝึกงานในกองบรรณาธิการระดับตำนานอย่างเครือมติชน จนได้เริ่มทำงานและมาเป็นช่างภาพเต็มตัวที่ Bangkok Post ซึ่งที่นี่ก็เป็นโรงเรียนชั้นยอดที่สอนให้รู้จักคำว่า ‘มาตรฐานสากล’”

“ผมมีความคิดเรื่องเอเจนซี่ภาพข่าวมานานแล้วตั้งแต่สมัยทำงานหนังสือพิมพ์เมื่อก่อนเป็นรูปแบบของโต๊ะข่าว แรงบันดาลใจมาจากที่เราเห็น”โต๊ะช่างภาพ” จะมีช่างภาพรุ่นพี่มานั่งคุยกัน คอมเมนต์ภาพ เลือกภาพตั้งแต่ยุคที่ต้องเรียงฟิล์มเพื่อส่งล้างในห้องมืด ในยุคที่หนังสือพิมพ์ในบ้านเราเงินสะพัด ภาพข่าวหนึ่งใบอาจมีมูลค่ามหาศาลจากพื้นที่หน้ากระดาษที่จำกัด เมื่อก่อนสื่อสิ่งพิมพ์เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ มีโฆษณาเยอะมาก พนักงานได้โบนัส เงินเดือนดี ตอนนั้นเคยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเราสร้างกลุ่มช่างภาพแล้วขายภาพให้สำนักข่าวต่างประเทศมันจะเป็นไปได้ไหม ? "


“ในช่วงที่อยู่มติชน เป็นช่วงที่ผมได้ฝึกฝน ผมทำงานตามแนวทางของช่างภาพข่าวปกติ ไม่ได้สร้างตัวตนมากนัก แต่สังเกตว่าภาพข่าวที่ดีหลายใบถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เพราะภาพที่ดีที่สุดจะถูกใช้เพียงภาพเดียวในการขึ้นข่าวหน้าหนึ่ง แต่บางภาพที่ไม่ได้ใช้ก็มีมุมมองน่าสนใจ มีความครีเอทีฟ หรือเป็นมุมมองศิลปะภาพถ่ายแนวสตรีทที่ไม่ตอบโจทย์ข่าวหลักในวันนั้น เรื่องเหล่านี้ติดอยู่ในใจผมมาตลอด จนกระทั่งย้ายมาทำงานที่ Bangkok Post ผมเริ่มตั้งคำถามกับขนบเดิม ๆ คิดหาวิธีต่อยอดภาพข่าวเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการสร้าง 'คลังภาพ' หรือ Photo Agency สัญชาติไทย" เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับสำนักข่าวที่ต้องการภาพถ่ายคุณภาพสูง เชื่อถือได้ และถูกลิขสิทธิ์”


llli เริ่มต้นสร้างแบรนด์ ‘Thai News Pix’ และการต่อสู้เพื่อความน่าเชื่อถือ

ในยุคอินเทอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์เริ่มชะงัก งานหนังสือพิมพ์เริ่มไม่เติบโต ตอนนั้นการเป็นพนักงานองค์กรสื่อ เงินเดือนเริ่มไม่ขยับขึ้น โบนัสไม่ได้ ธุรกิจสื่อเข้าสู่การทรงตัว เราเริ่มรู้สึกว่าอาชีพช่างภาพของเราเริ่มไม่มั่นคง คิดอยากหาอะไรทำที่ให้ตัวเองยังอยู่ในอาชีพเดิมได้ต่อ เพราะเริ่มมีข่าวลือเรื่อง lay off ของพนักงานในวงการสื่อมาบ้างแล้ว

"ช่วงนั้นผมเริ่มเห็นโอกาสของการทำเอเจนซี่ภาพข่าว คิดแบบง่าย ๆ แค่จำลองตัวเราเป็นโต๊ะช่างภาพที่รวมกลุ่มกันแล้วขายภาพให้สื่อ เราเริ่มจากออกมาวิ่งรับงานข่าวฟรีแลนซ์ เพราะเห็นช่องว่างว่าสื่อเริ่มปรับตัวทำออนไลน์ กองบรรณาธิการไม่สามารถจ้างช่างภาพไปถ่ายได้ทุกงาน ทั้งงานแถลงข่าวหรือเหตุการณ์เล็ก ๆ บนท้องถนน แต่สื่อก็ยังจำเป็นต้องใช้ภาพเหล่านี้"


"ช่วงแรกเราโพสต์รูปข่าวอย่างสม่ำเสมอบน Facebook ตอนนั้นเรายังไม่ได้จดทะเบียนบริษัทด้วยซ้ำ โชคดีที่มี Workpoint เพิ่งเปิดสำนักข่าวออนไลน์ เขามาซื้อรูปเราในช่วงแรก ทำให้มั่นใจว่าทางนี้ไปต่อได้ ความยากที่สุดของการเริ่มต้นคือ 'การทำให้คนเชื่อถือ' แบรนด์ใหม่อย่าง Thai News Pix สิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ตัวตนได้คือ 'ผลงาน' และการสร้างมาตรฐานให้ลูกค้าเห็น"

"สมัยที่อยู่สำนักข่าวใหญ่ การขออนุญาตเข้าพื้นที่ทำข่าวเป็นเรื่องง่าย พอลองมาทำเองจะขออนุญาตหรือขอออกบัตรสื่อกลายเป็นเรื่องยาก เพราะยุคนั้นยังมีกฎเกณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับสื่อออนไลน์ แต่ผมก็สู้จนทำระบบให้ถูกต้อง เพื่อยืนยันว่าเรามีตัวตน ตรวจสอบได้ ไม่ใช่สื่อที่อ้างอิงความน่าเชื่อถือจากแค่ยอดผู้ติดตาม


“แม้ในทุก ๆ วัน ช่างภาพข่าวเราทำงานแข่งขันกันเพื่อจะให้ได้ภาพที่แตกต่าง แต่ละคนต้องได้ภาพที่ดีที่สุดในเหตุการณ์เดียวกัน พื้นที่เดียวให้ได้ แต่ตอนนี้เราเป็นเอเจนซี่ภาพข่าว เราต้องปรับตัวใหม่ ทั้งมุมองการถ่ายภาพ การเลือกภาพ วางตัวเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีกับทุกคน พร้อมสนับสนุนสื่อทุกสำนัก ดังนั้นเมื่อเขาขาดเหลือก็จะนึกถึงเรา ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

llli 'ค่าเครื่องบินเที่ยวเดียว' กับการพิสูจน์ตัวตนในสนาม และเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ


“ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ถ้ำหลวง (พ.ศ. 2561) ตอนนั้นผมเหลือเงินอยู่ก้อนสุดท้าย เราประเมินแล้วว่าเราต้องได้ภาพนี้ ทำยังไงก็ได้ให้เราเข้าพื้นที่ได้เร็วที่สุด ก็เอาวะ! ตัดสินใจทั้งที่มีเงินค่าเครื่องบินแค่ขาไป ได้ถ่ายหรือไม่ขอให้บินไปถึงก่อน อย่าเพิ่งคิดเรื่องขากลับ เราลงพื้นที่ไปกับทีมช่างภาพที่เป็นรุ่นน้อง ตั้งใจไว้เลยว่าต้องเอาให้ได้”

“โชคดีที่เราเข้าไปถึงพื้นที่ก่อนสื่อทั้งไทยและต่างชาติ ได้ไปเก็บภาพทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เราโพสภาพลงแฟนเพจ สื่อไทยและสื่อต่างประเทศต่างก็โทรติดต่อมาขอซื้อภาพ จนได้ทุนคืนและมีตั๋วเครื่องบินกลับบ้าน”


“เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เอเจนซี่ภาพข่าวไทยเราก็ทำงานให้มีมาตรฐานได้ หากข่าวนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ในบ้านเรา เราเข้าใจบริบทได้ดีกว่าคนชาติอื่น ๆ ที่มาลงพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป้นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ทั้งคนไทยและโลกให้ความสนใจ และเป็นสนามทดสอบศักยภาพของตัวเราเองด้วย ทำให้เชื่อลึก ๆ ว่าโมเดลเอเจนซี่ภาพข่าวแบบของเราเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น"

llli Photo Agency มีรูปแบบจัดการกับ 'ภาพถ่าย' ทั้งหมดอย่างไร ?

การทำสื่อออนไลน์ที่ต้องแข่งขันกับความรวดเร็ว มักมาพร้อมกับข้อผิดพลาดได้ง่ายหากขาดความรอบคอบ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อได้เปรียบ คือสื่อออนไลน์สามารถเล่าเรื่อง (Storytelling) ได้อย่างไร้ขีดจำกัดไม่จำกัดและมีอิสระในการใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ในอดีต


“Thai News Pix เกิดขึ้นเพื่อเป็น "คลังภาพถ่าย" ที่รวบรวมภาพข่าวไว้ในทุกแง่มุม ตั้งแต่ภาพเหตุการณ์ดุเดือดที่บันทึกไว้ในเสี้ยววินาที งานสารคดีเชิงข่าว (News Documentary), ภาพถ่ายสารคดี (Photo Documentary รวมถึงภาพข่าวแนวสตรีท (Street Photography) ที่มีมุมมองสร้างสรรค์ โดยทั้งหมดนี้ถูกนำเสนอภายใต้มาตรฐานระดับสากล"

“เมื่อเปิดดูภาพของ Thai News Pix จะเห็นทั้งเหตุการณ์อัปเดตรายวัน และรูปแบบที่เล่าเรื่องเป็นภาพชุด (Series) พร้อมคำบรรยาย เราเพิ่มมิติของ 'ประเด็น' ที่หยิบยกมาเล่า ทั้งแรงงาน สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน หรือวัฒนธรรม ซึ่งลงลึกมากกว่าภาพถ่ายข่าวรายวันทั่วไป"


llli ทำไมสำนักข่าวถึงต้องจ่ายเงินซื้อภาพจากเอเจนซี่ ?

ช่างภาพข่าวเป็นเหมือน ‘พยาน’ ในเหตุการณ์เหล่านั้น ‘ช่างภาพข่าวอาชีพ’ เรามีจริยธรรม มีความรับผิดชอบในฐานะคนทำงาน ซึ่งภาพถ่ายต้องมีชุดข้อมูล Metadata อยู่ในทุกใบ ซึ่งเป็นชุดข้อมูลดิบที่โกหกไม่ได้

“การเป็นช่างภาพข่าวมืออาชีพ ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ปรากฏในภาพ ยืนยันว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นเราพร้อมให้ข้อมูลความจริงที่ถูกต้อง ข้อเท็จจริง เอเจนซี่ภาพข่าวก็ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้คัดกรองความถูกต้อง (Verification)’ ภาพหนึ่งใบที่มาจากช่างภาพจะเป็นแนวหน้าอยู่ที่เหตุการณ์ ทุกภาพผ่านสายตาของบรรณาธิการภาพที่คอยตรวจสอบว่าภาพนั้นไม่ได้ถูกตัดต่อ ไม่ได้ล้ำเส้นจริยธรรม และไม่ได้ถูกถ่ายขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความเกลียดชัง”

“สิ่งที่ปั่นป่วนวงการสื่อสารมวลชนในปัจจุบันนี้คือ เราจะเห็นภาพข่าวถูกสร้างขึ้นมาจาก AI มาคอยชี้นำเรื่องต่าง ๆ ทั้งข่าว เนื้อหา และมันเริ่มเป็นปัญหาที่ค่อย ๆ ก่อตัวใหญ่ขึ้นเพราะบางคนก็ไม่สามารถแยกแยะภาพเหล่านี้ได้ ในอุตสาหกรรมสื่อเองจำเป็นต้องรู้ที่มาของภาพข่าวเหล่านี้ ดังนั้นหากเราใช้ภาพจากแหล่งที่สามารถพิสูจน์ได้ เราก็จะยืนยันตัวตนได้และรายงานข่าวได้อย่างมั่นใจ เพราะ ‘สื่อ’ คืออาชีพที่ทำให้คนเชื่อถือ และรายงานสิ่งที่ถูกต้องอย่างมีจริยธรรม นี่คือองค์กรสื่อมืออาชีพ”


“หากอยากพัฒนาการถ่ายภาพในระยะยาว ส่วนที่สำคัญคือความรู้ด้านการจัดเก็บ (Archive) เมื่อก่อนเราทำหนังสือพิมพ์ สื่อค่ายไหนที่สามารถทำระบบจัดเก็บข้อมูลได้ดี เขาก็สามารถนำภาพถ่ายมาใช้เพิ่มคุณค่าให้กับเนื้อหาได้ เราดูได้จากที่สื่อต่างประเทศอย่าง Getty Images, AFP ฯลฯ เขาก็ไล่ซื้อภาพเหตุการณ์สำคัญของโลกไว้หมด เพราะเขามองว่ามันเป็นทรัพย์สินในระยะยาว ภาพถ่ายเหตุการณ์ต่าง ๆ สามารถกลับมาเรียนรู้และนำมาใช้ซ้ำได้อีก ภาพข่าวเป็น’บันทึกของสังคม’ เมื่อกาลเวลาผ่านไป”

llli ความยั่งยืนของอาชีพนี้ คือ ’การทำงานอย่างมืออาชีพ’

“สิ่งที่ผมต่อสู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มทำเอเจนซี่ คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมสื่อไทย และอยากให้หลุดพ้นจากวงจร 'การขโมยรูป' หรือ 'การใช้ภาพฟรีที่ไร้คุณภาพ' เราเข้าใจดีว่าหลายครั้ง ข้อจำกัดในการทำงานก็บีบคั้นให้คนทำสื่อต้องดิ้นรนหารูปมาประกอบข่าวให้ครบ สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่าทำไมเราถึงต้องยืนหยัดเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง คือการทำงานบนความเคารพในลิขสิทธิ์”


“ผมอยากให้ Thai News Pix พัฒนาไปพร้อมกับช่างภาพในฐานะ Contributor ที่ได้ถือลิขสิทธิ์งานร่วมกัน โดยเอเจนซี่มีหน้าที่บริหารจัดการการขาย เพื่อให้เราต่างพึ่งพากันในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าสื่อจะซื้อภาพจากเอเจนซี่หรือซื้อจากช่างภาพข่าวโดยตรง เมื่อสื่อยอมจ่ายเพื่อ 'ลิขสิทธิ์' เท่ากับว่าเขากำลังจ่ายเพื่อสร้าง 'ความน่าเชื่อถือ' ให้กับองค์กรของตัวเองเช่นกัน”


“ช่างภาพข่าวทุกคนต่างมี 'ต้นทุน' แฝงอยู่ในการทำงาน ช่างภาพต้องเสี่ยงชีวิต ใช้เงิน เวลา รวมถึงสุขภาพกายและใจที่ต้องแลกมาไม่ต่างจากอาชีพอื่น รายได้หลักของเราคือค่าตอบแทนจากการขายภาพ แต่พูดกันตามตรงว่า มันไม่สามารถหล่อเลี้ยงบริษัทให้อยู่รอดอย่างมั่นคงได้ เราจึงจำเป็นต้องบาลานซ์ด้วยการรับจ้างผลิตงานให้กับองค์กร หน่วยงาน หรือลูกค้าอื่น ๆ เพื่อนำรายได้มาหล่อเลี้ยงเอเจนซี่ให้ไปต่อได้ โดยไม่สูญเสียจริยธรรมที่ช่างภาพข่าวควรมี”

แม้ว่าปัจจุบันที่หลายคนมองว่าภาพข่าว สามารถใช้ภาพจากสมาร์ทโฟนที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ เพราะสุดท้ายก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ต่างกัน แต่ในมุมของภาพข่าวมืออาชีพนั้น มีมิติของความ “รับผิดชอบ” ที่หากเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นประเด็นที่สร้างปัญหาให้กับสังคมและผู้คน



"ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว ช่างภาพข่าวคือผู้รายงานความจริงที่พิสูจน์ได้ แม้ทุกวันนี้ AI จะเข้ามาเป็นทางเลือกที่ง่ายและรวดเร็วในการผลิตเนื้อหา แต่คำถามสำคัญคือ อุตสาหกรรมสื่อไทยยังคงต้องการภาพข่าวที่สะท้อน 'ความจริง' อยู่หรือไม่? แน่นอนว่าหากสื่อเลือกใช้ภาพจาก AI เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจ เราคงไปบังคับไม่ได้ ต่อให้เทคนิคการถ่ายภาพจะก้าวล้ำไปไกลเพียงใด สิ่งที่ AI ไม่มีวันแทนที่ได้คือ ‘จริยธรรมและจิตวิญญาณ’ ซึ่งเป็นรากฐานของวิชาชีพนี้ตลอดไป"

Photo ©Thai News Pix




พูดคุยเจาะลึกการทำเอเจนซี่ภาพข่าวสัญชาติไทยกับ Thai News Pix พร้อมไขคำตอบว่า ทำไมสื่อถึงยังต้องพึ่งพาภาพถ่ายระดับมืออาชีพ?


ท่ามกลางเสียงตะโกน หอบหายใจ ร่างกายที่เบียดเสียด กลิ่นเหงื่อไคล และความโกลาหลในสนามข่าว ‘ช่างภาพข่าว’ คือแนวหน้าผู้เฝ้าสังเกตการณ์และรายงานเหตุการณ์สำคัญผ่านภาพถ่าย ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเลือนหายไปตามกาลเวลา กระทั่งในยุคปัจจุบันที่ข่าวสารถูกจัดระเบียบใหม่ด้วยอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย


เราชวนมาพูดคุยกับ ‘ปาล์ม-ภานุมาศ สงวนวงษ์’ ผู้ก่อตั้ง Thai News Pix ช่างภาพข่าวมืออาชีพผู้เต็มเปี่ยมด้วยแพสชันในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการสื่อสารมวลชน บทสนทนานี้จะพาทุกคนย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่เป็นพนักงานประจำ จนวันที่ฝันอยากสร้าง ‘เอเจนซี่ภาพข่าวสัญชาติไทย’ เพื่อยกระดับมาตรฐานภาพข่าว ให้เชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลก และเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อสังคม


llli เริ่มต้นอาชีพ ‘ช่างภาพข่าว’ ในยุคสื่อสิ่งพิมพ์เฟื่องฟู

“ผมเป็นนักศึกษานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มเข้าสู่สายอาชีพช่างภาพด้วยความชอบส่วนตัว หาความรู้จากประสบการณ์ฝึกงานในกองบรรณาธิการระดับตำนานอย่างเครือมติชน จนได้เริ่มทำงานและมาเป็นช่างภาพเต็มตัวที่ Bangkok Post ซึ่งที่นี่ก็เป็นโรงเรียนชั้นยอดที่สอนให้รู้จักคำว่า ‘มาตรฐานสากล’”

“ผมมีความคิดเรื่องเอเจนซี่ภาพข่าวมานานแล้วตั้งแต่สมัยทำงานหนังสือพิมพ์เมื่อก่อนเป็นรูปแบบของโต๊ะข่าว แรงบันดาลใจมาจากที่เราเห็น”โต๊ะช่างภาพ” จะมีช่างภาพรุ่นพี่มานั่งคุยกัน คอมเมนต์ภาพ เลือกภาพตั้งแต่ยุคที่ต้องเรียงฟิล์มเพื่อส่งล้างในห้องมืด ในยุคที่หนังสือพิมพ์ในบ้านเราเงินสะพัด ภาพข่าวหนึ่งใบอาจมีมูลค่ามหาศาลจากพื้นที่หน้ากระดาษที่จำกัด เมื่อก่อนสื่อสิ่งพิมพ์เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ มีโฆษณาเยอะมาก พนักงานได้โบนัส เงินเดือนดี ตอนนั้นเคยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเราสร้างกลุ่มช่างภาพแล้วขายภาพให้สำนักข่าวต่างประเทศมันจะเป็นไปได้ไหม ? "


“ในช่วงที่อยู่มติชน เป็นช่วงที่ผมได้ฝึกฝน ผมทำงานตามแนวทางของช่างภาพข่าวปกติ ไม่ได้สร้างตัวตนมากนัก แต่สังเกตว่าภาพข่าวที่ดีหลายใบถูกทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย เพราะภาพที่ดีที่สุดจะถูกใช้เพียงภาพเดียวในการขึ้นข่าวหน้าหนึ่ง แต่บางภาพที่ไม่ได้ใช้ก็มีมุมมองน่าสนใจ มีความครีเอทีฟ หรือเป็นมุมมองศิลปะภาพถ่ายแนวสตรีทที่ไม่ตอบโจทย์ข่าวหลักในวันนั้น เรื่องเหล่านี้ติดอยู่ในใจผมมาตลอด จนกระทั่งย้ายมาทำงานที่ Bangkok Post ผมเริ่มตั้งคำถามกับขนบเดิม ๆ คิดหาวิธีต่อยอดภาพข่าวเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการสร้าง 'คลังภาพ' หรือ Photo Agency สัญชาติไทย" เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับสำนักข่าวที่ต้องการภาพถ่ายคุณภาพสูง เชื่อถือได้ และถูกลิขสิทธิ์”


llli เริ่มต้นสร้างแบรนด์ ‘Thai News Pix’ และการต่อสู้เพื่อความน่าเชื่อถือ

ในยุคอินเทอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์เริ่มชะงัก งานหนังสือพิมพ์เริ่มไม่เติบโต ตอนนั้นการเป็นพนักงานองค์กรสื่อ เงินเดือนเริ่มไม่ขยับขึ้น โบนัสไม่ได้ ธุรกิจสื่อเข้าสู่การทรงตัว เราเริ่มรู้สึกว่าอาชีพช่างภาพของเราเริ่มไม่มั่นคง คิดอยากหาอะไรทำที่ให้ตัวเองยังอยู่ในอาชีพเดิมได้ต่อ เพราะเริ่มมีข่าวลือเรื่อง lay off ของพนักงานในวงการสื่อมาบ้างแล้ว

"ช่วงนั้นผมเริ่มเห็นโอกาสของการทำเอเจนซี่ภาพข่าว คิดแบบง่าย ๆ แค่จำลองตัวเราเป็นโต๊ะช่างภาพที่รวมกลุ่มกันแล้วขายภาพให้สื่อ เราเริ่มจากออกมาวิ่งรับงานข่าวฟรีแลนซ์ เพราะเห็นช่องว่างว่าสื่อเริ่มปรับตัวทำออนไลน์ กองบรรณาธิการไม่สามารถจ้างช่างภาพไปถ่ายได้ทุกงาน ทั้งงานแถลงข่าวหรือเหตุการณ์เล็ก ๆ บนท้องถนน แต่สื่อก็ยังจำเป็นต้องใช้ภาพเหล่านี้"


"ช่วงแรกเราโพสต์รูปข่าวอย่างสม่ำเสมอบน Facebook ตอนนั้นเรายังไม่ได้จดทะเบียนบริษัทด้วยซ้ำ โชคดีที่มี Workpoint เพิ่งเปิดสำนักข่าวออนไลน์ เขามาซื้อรูปเราในช่วงแรก ทำให้มั่นใจว่าทางนี้ไปต่อได้ ความยากที่สุดของการเริ่มต้นคือ 'การทำให้คนเชื่อถือ' แบรนด์ใหม่อย่าง Thai News Pix สิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ตัวตนได้คือ 'ผลงาน' และการสร้างมาตรฐานให้ลูกค้าเห็น"

"สมัยที่อยู่สำนักข่าวใหญ่ การขออนุญาตเข้าพื้นที่ทำข่าวเป็นเรื่องง่าย พอลองมาทำเองจะขออนุญาตหรือขอออกบัตรสื่อกลายเป็นเรื่องยาก เพราะยุคนั้นยังมีกฎเกณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับสื่อออนไลน์ แต่ผมก็สู้จนทำระบบให้ถูกต้อง เพื่อยืนยันว่าเรามีตัวตน ตรวจสอบได้ ไม่ใช่สื่อที่อ้างอิงความน่าเชื่อถือจากแค่ยอดผู้ติดตาม


“แม้ในทุก ๆ วัน ช่างภาพข่าวเราทำงานแข่งขันกันเพื่อจะให้ได้ภาพที่แตกต่าง แต่ละคนต้องได้ภาพที่ดีที่สุดในเหตุการณ์เดียวกัน พื้นที่เดียวให้ได้ แต่ตอนนี้เราเป็นเอเจนซี่ภาพข่าว เราต้องปรับตัวใหม่ ทั้งมุมองการถ่ายภาพ การเลือกภาพ วางตัวเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีกับทุกคน พร้อมสนับสนุนสื่อทุกสำนัก ดังนั้นเมื่อเขาขาดเหลือก็จะนึกถึงเรา ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

llli 'ค่าเครื่องบินเที่ยวเดียว' กับการพิสูจน์ตัวตนในสนาม และเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ


“ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ถ้ำหลวง (พ.ศ. 2561) ตอนนั้นผมเหลือเงินอยู่ก้อนสุดท้าย เราประเมินแล้วว่าเราต้องได้ภาพนี้ ทำยังไงก็ได้ให้เราเข้าพื้นที่ได้เร็วที่สุด ก็เอาวะ! ตัดสินใจทั้งที่มีเงินค่าเครื่องบินแค่ขาไป ได้ถ่ายหรือไม่ขอให้บินไปถึงก่อน อย่าเพิ่งคิดเรื่องขากลับ เราลงพื้นที่ไปกับทีมช่างภาพที่เป็นรุ่นน้อง ตั้งใจไว้เลยว่าต้องเอาให้ได้”

“โชคดีที่เราเข้าไปถึงพื้นที่ก่อนสื่อทั้งไทยและต่างชาติ ได้ไปเก็บภาพทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เราโพสภาพลงแฟนเพจ สื่อไทยและสื่อต่างประเทศต่างก็โทรติดต่อมาขอซื้อภาพ จนได้ทุนคืนและมีตั๋วเครื่องบินกลับบ้าน”


“เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เอเจนซี่ภาพข่าวไทยเราก็ทำงานให้มีมาตรฐานได้ หากข่าวนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ในบ้านเรา เราเข้าใจบริบทได้ดีกว่าคนชาติอื่น ๆ ที่มาลงพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป้นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ทั้งคนไทยและโลกให้ความสนใจ และเป็นสนามทดสอบศักยภาพของตัวเราเองด้วย ทำให้เชื่อลึก ๆ ว่าโมเดลเอเจนซี่ภาพข่าวแบบของเราเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น"

llli Photo Agency มีรูปแบบจัดการกับ 'ภาพถ่าย' ทั้งหมดอย่างไร ?

การทำสื่อออนไลน์ที่ต้องแข่งขันกับความรวดเร็ว มักมาพร้อมกับข้อผิดพลาดได้ง่ายหากขาดความรอบคอบ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อได้เปรียบ คือสื่อออนไลน์สามารถเล่าเรื่อง (Storytelling) ได้อย่างไร้ขีดจำกัดไม่จำกัดและมีอิสระในการใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ในอดีต


“Thai News Pix เกิดขึ้นเพื่อเป็น "คลังภาพถ่าย" ที่รวบรวมภาพข่าวไว้ในทุกแง่มุม ตั้งแต่ภาพเหตุการณ์ดุเดือดที่บันทึกไว้ในเสี้ยววินาที งานสารคดีเชิงข่าว (News Documentary), ภาพถ่ายสารคดี (Photo Documentary รวมถึงภาพข่าวแนวสตรีท (Street Photography) ที่มีมุมมองสร้างสรรค์ โดยทั้งหมดนี้ถูกนำเสนอภายใต้มาตรฐานระดับสากล"

“เมื่อเปิดดูภาพของ Thai News Pix จะเห็นทั้งเหตุการณ์อัปเดตรายวัน และรูปแบบที่เล่าเรื่องเป็นภาพชุด (Series) พร้อมคำบรรยาย เราเพิ่มมิติของ 'ประเด็น' ที่หยิบยกมาเล่า ทั้งแรงงาน สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน หรือวัฒนธรรม ซึ่งลงลึกมากกว่าภาพถ่ายข่าวรายวันทั่วไป"


llli ทำไมสำนักข่าวถึงต้องจ่ายเงินซื้อภาพจากเอเจนซี่ ?

ช่างภาพข่าวเป็นเหมือน ‘พยาน’ ในเหตุการณ์เหล่านั้น ‘ช่างภาพข่าวอาชีพ’ เรามีจริยธรรม มีความรับผิดชอบในฐานะคนทำงาน ซึ่งภาพถ่ายต้องมีชุดข้อมูล Metadata อยู่ในทุกใบ ซึ่งเป็นชุดข้อมูลดิบที่โกหกไม่ได้

“การเป็นช่างภาพข่าวมืออาชีพ ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ปรากฏในภาพ ยืนยันว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นเราพร้อมให้ข้อมูลความจริงที่ถูกต้อง ข้อเท็จจริง เอเจนซี่ภาพข่าวก็ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้คัดกรองความถูกต้อง (Verification)’ ภาพหนึ่งใบที่มาจากช่างภาพจะเป็นแนวหน้าอยู่ที่เหตุการณ์ ทุกภาพผ่านสายตาของบรรณาธิการภาพที่คอยตรวจสอบว่าภาพนั้นไม่ได้ถูกตัดต่อ ไม่ได้ล้ำเส้นจริยธรรม และไม่ได้ถูกถ่ายขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความเกลียดชัง”

“สิ่งที่ปั่นป่วนวงการสื่อสารมวลชนในปัจจุบันนี้คือ เราจะเห็นภาพข่าวถูกสร้างขึ้นมาจาก AI มาคอยชี้นำเรื่องต่าง ๆ ทั้งข่าว เนื้อหา และมันเริ่มเป็นปัญหาที่ค่อย ๆ ก่อตัวใหญ่ขึ้นเพราะบางคนก็ไม่สามารถแยกแยะภาพเหล่านี้ได้ ในอุตสาหกรรมสื่อเองจำเป็นต้องรู้ที่มาของภาพข่าวเหล่านี้ ดังนั้นหากเราใช้ภาพจากแหล่งที่สามารถพิสูจน์ได้ เราก็จะยืนยันตัวตนได้และรายงานข่าวได้อย่างมั่นใจ เพราะ ‘สื่อ’ คืออาชีพที่ทำให้คนเชื่อถือ และรายงานสิ่งที่ถูกต้องอย่างมีจริยธรรม นี่คือองค์กรสื่อมืออาชีพ”


“หากอยากพัฒนาการถ่ายภาพในระยะยาว ส่วนที่สำคัญคือความรู้ด้านการจัดเก็บ (Archive) เมื่อก่อนเราทำหนังสือพิมพ์ สื่อค่ายไหนที่สามารถทำระบบจัดเก็บข้อมูลได้ดี เขาก็สามารถนำภาพถ่ายมาใช้เพิ่มคุณค่าให้กับเนื้อหาได้ เราดูได้จากที่สื่อต่างประเทศอย่าง Getty Images, AFP ฯลฯ เขาก็ไล่ซื้อภาพเหตุการณ์สำคัญของโลกไว้หมด เพราะเขามองว่ามันเป็นทรัพย์สินในระยะยาว ภาพถ่ายเหตุการณ์ต่าง ๆ สามารถกลับมาเรียนรู้และนำมาใช้ซ้ำได้อีก ภาพข่าวเป็น’บันทึกของสังคม’ เมื่อกาลเวลาผ่านไป”

llli ความยั่งยืนของอาชีพนี้ คือ ’การทำงานอย่างมืออาชีพ’

“สิ่งที่ผมต่อสู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มทำเอเจนซี่ คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมสื่อไทย และอยากให้หลุดพ้นจากวงจร 'การขโมยรูป' หรือ 'การใช้ภาพฟรีที่ไร้คุณภาพ' เราเข้าใจดีว่าหลายครั้ง ข้อจำกัดในการทำงานก็บีบคั้นให้คนทำสื่อต้องดิ้นรนหารูปมาประกอบข่าวให้ครบ สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่าทำไมเราถึงต้องยืนหยัดเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง คือการทำงานบนความเคารพในลิขสิทธิ์”


“ผมอยากให้ Thai News Pix พัฒนาไปพร้อมกับช่างภาพในฐานะ Contributor ที่ได้ถือลิขสิทธิ์งานร่วมกัน โดยเอเจนซี่มีหน้าที่บริหารจัดการการขาย เพื่อให้เราต่างพึ่งพากันในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าสื่อจะซื้อภาพจากเอเจนซี่หรือซื้อจากช่างภาพข่าวโดยตรง เมื่อสื่อยอมจ่ายเพื่อ 'ลิขสิทธิ์' เท่ากับว่าเขากำลังจ่ายเพื่อสร้าง 'ความน่าเชื่อถือ' ให้กับองค์กรของตัวเองเช่นกัน”


“ช่างภาพข่าวทุกคนต่างมี 'ต้นทุน' แฝงอยู่ในการทำงาน ช่างภาพต้องเสี่ยงชีวิต ใช้เงิน เวลา รวมถึงสุขภาพกายและใจที่ต้องแลกมาไม่ต่างจากอาชีพอื่น รายได้หลักของเราคือค่าตอบแทนจากการขายภาพ แต่พูดกันตามตรงว่า มันไม่สามารถหล่อเลี้ยงบริษัทให้อยู่รอดอย่างมั่นคงได้ เราจึงจำเป็นต้องบาลานซ์ด้วยการรับจ้างผลิตงานให้กับองค์กร หน่วยงาน หรือลูกค้าอื่น ๆ เพื่อนำรายได้มาหล่อเลี้ยงเอเจนซี่ให้ไปต่อได้ โดยไม่สูญเสียจริยธรรมที่ช่างภาพข่าวควรมี”

แม้ว่าปัจจุบันที่หลายคนมองว่าภาพข่าว สามารถใช้ภาพจากสมาร์ทโฟนที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ เพราะสุดท้ายก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ต่างกัน แต่ในมุมของภาพข่าวมืออาชีพนั้น มีมิติของความ “รับผิดชอบ” ที่หากเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นประเด็นที่สร้างปัญหาให้กับสังคมและผู้คน



"ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว ช่างภาพข่าวคือผู้รายงานความจริงที่พิสูจน์ได้ แม้ทุกวันนี้ AI จะเข้ามาเป็นทางเลือกที่ง่ายและรวดเร็วในการผลิตเนื้อหา แต่คำถามสำคัญคือ อุตสาหกรรมสื่อไทยยังคงต้องการภาพข่าวที่สะท้อน 'ความจริง' อยู่หรือไม่? แน่นอนว่าหากสื่อเลือกใช้ภาพจาก AI เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจ เราคงไปบังคับไม่ได้ ต่อให้เทคนิคการถ่ายภาพจะก้าวล้ำไปไกลเพียงใด สิ่งที่ AI ไม่มีวันแทนที่ได้คือ ‘จริยธรรมและจิตวิญญาณ’ ซึ่งเป็นรากฐานของวิชาชีพนี้ตลอดไป"

Photo ©Thai News Pix




Text:

Chanathip K

PHOTO:

mashlabphoto

Related Posts